ห้าวหาญ....

posted on 06 Aug 2009 12:44 by mi-im7

ห้าวหาญ...

คือ adverb ที่ขยายกริยาอาการที่อุกอาจ หรือการกระทำที่กล้าเกินใคร

เราเชื่อว่าทุกคนล้วนผ่านวีรกรรมสุด ห้าว ไม่ว่าจะทำเองหรือเห็นชาวบ้านชาวช่องทำก็ตาม

ซึ่งไอ้พวกวีรกรรมห้าวๆแบบนี้แหละที่มันมักตราตรึงใจเราไปนานแสนนาน ยากที่จะลืมเลือน

 .....

....

..

.

   วันนั้นเป็นคืนเดือนมืด เวลาประมาณ 3 ทุ่มเศษๆ มิ้ม(เราเอง)รู้สึกอยากกินไอติมขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ

 ก็เลยเดินไป เซเว่น(7/11) พอถึงก็จัดแจงเลือกไอติมรสที่ชอบและขนมขบเคี้ยวอีกจำนวนนึง

ได้ของที่ต้องการครบแล้วก็ตรงไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ โดยมีแม่ลูกยืนอยู่ก่อนแล้ว 1 คู่

แม่ : ลูกวางของเร้ว จะได้จ่ายเงิน

ลูก : ค่า... (เด็กตอบเสียงยานคาง)

มิ้ม : คิดในใจ(ชักหนักว่ะ วางหน่อยแล้วกัน----แล้วก็วางน้ำ ขนม นมเนยไป ข้างของแม่ลูกคู่นั้น)

 

เด็กนั่นพอเห็นขนมแปลกหน้า ..มันก็เริ่มเอามือมาสัมผัส ลูบไล้

จากถุงนี้ไปถุงนู้นเลยผ่านจนไปถึงถุงไอ้ติม

มันก็จัดการ...บีบ บี้ด้วยมือเล็กๆของมัน

 

มิ้ม : เฮ้ยหนู!! อย่าบีบครับ เด๋วไอติมเละ

เด็ก : ....บีบๆๆๆ..

มิ้ม : เฮ้ย!! หนูเด๋วของอาพัง

แม่ : (เริ่มเข้ามามีส่วนรวมหลังจากที่เด็กมันใช้มือลวนลามขนมกรูทุกยี่ห้อแล้ว)

      ไม่เอาลูก ไม่ทำนะคะ

เด็ก : หยุดบีบไอติม แต่มือเล็กยังจับไอติมไว้อยู่

        หันหน้ามามองมิ้ม...ด้วยสายตาที่ไม่น่าจะมาจากเด็ก 5 ขวบกระโปรงแดง

       แล้วก็พูดว่า "แล้วกินทำไมตอนนี้ เด๋วก็อ้วน"

มิ้ม :..........  *O* ...... 

     ( คิดในใจ ครับพี่ ขอบคุณที่กรุณาชี้แนะ)

แล้วคู่แม่ลูกก็จากไปทิ้งให้มิ้มเป็นตัวตลกของพนักงานเซเว่น

และที่สำคัญ

ไอติมเละนั่นตูต้องไปแช่แข็งให้มันขึ้นทรงเองใช่มั้ย แถมทำไปมันก็ไม่เหมือนเดิม ฮือ  T.T

 

ไอ้เด็กห้าวววววววเอาไอติมอาคืนมาเด๋วนี้

 

      หลังจากเหตุการณ์นั้นมิ้มก็ยังเจอคนห้าวหาญ (ชาญชัย)อยู่เนื่องๆ

ครั้งล่าสุดตอนไปกินข้าวที่ตักสุรา สาขาพญาไท

หลังจากกินเสร็จก็จะขึ้นบีทีเอสกลับบ้านใครบ้านมัน

 ระหว่างเดินขึ้นบันไดก็เจอกับ " รองเท้า"ที่ถูกถอดอย่างเรี่ยราดจำนวน 1 คู่ไม่ทราบยี่ห้อและเจ้าของผู้สวมใส่

ก็ไม่ได้สนใจอะไร

เดินขึ้นเรื่อยมาจนถึงจุดแลกเหรียญก็ได้ยินเสียงคนโวยวายจากด้านหลัง

เรากับเพื่อนอีก 3 คนหันหน้าไปดูแหล่งกำเนิดเสียง

พบวัยรุ่นวัยประมาณ 20 ต้นๆ นายนึงกำลังไสตัว(แบบเตรียมพุ่งไปข้างหน้า)โดยมีเพื่อนดึงไว้

"เฮ้ย!! ไอ้เหี้ย"

"มึงมาดิ มึงมา"

.....

.....

"ปากดีนักนะมึง แดกตีนกูมั้ย"

 

เรากับเพื่อนอีก 3 คน ก้มมองเท้า(หรือตีน)ของมัน

"ไม่มีรองเท้าว่ะ----------(ความคิดที่ออกมาพร้อมกัน)"

"เชี่ย!!! มึงมองอะไร สัด"

เรากับเพื่อนอีก 3 คน รู้สึกว่าตาแดงกล่ำของมันเปลี่ยนวิถีมาจ้องพวกเรา

ตาต่อตาประสานกัน

ทันใดนั้น

พวกเรา 3 คนก็...หันหลังเดินเข้าไปแตะบัตรบีทีเอสแล้วขึ้นบันไดเลื่อนไปเลย

โดยไม่หันกลับมา (-------------- คาดว่ามันคงถูกร.ป.ภ.จัดการไปแล้วแหละ)

 

 พออยู่บนชานชลา เรา3คนก็เลยคุยกัน

เพื่อนเบอร์1"เฮ้ย!!เมื่อกี้โคตรเสียวเลยว่ะ เด็กแม่งจะแจกตีนเรา"

เพื่อนเบอร์2 "นั่นดิ "

มิ้ม "เออ เสียวหลังวูบ"

     "เออ แล้วพวกมึงเห็นมั้ย"

เพื่อนเบอร์ 1 "เห็นว่ะ"

เพื่อนเบอร์ 2 "เห็นไรว่ะ"

มิ้ม "ก็ไอ้เด็กนั่นมันไม่ใส่รองเท้าว่ะ"

เพื่อนเบอร์ 1"เออ กรูว่ามันเป็นเจ้าของรองเท้าอันนั้นชัวร์"

เพื่อนเบอร์ 2"อ้าวเหรอ"

เพื่อนเบอร์ 1"สงสัยแมร่งโมโหจัด ถอดรองเท้าวิ่งเลยบ้าว่ะแมร่ง"

เพื่อนเบอร์ 2 "เออ แมร่งแดกม้ามารึป่าววะ พึ่ง 3 ทุ่มครึ่งมันจะรีบเมาไปไหนบ้าซากอ้อย"

เพื่อนเบอร์ 1"กรูว่ามันทำเป็นห้าว เลือดร้อนไปงั้นเองแหละ"

มิ้ม"เออ..เชี่ยแล้ว"

เพื่อนทั้งสอง"ไรของมึง"

 

มิ้ม"กูขึ้นบีทีเอสมากับพวกมึงทำไมว่ะ"

   "บ้านกูอยู่พญาไทไง..."

เพื่อนทั้งสอง"เออ..5555555"

 ไอ้พวกห้าวทำกรูเบลออีก....บ้าบอคอแตกที่สุด

 

 

 

 

 

 

บ่วงกรรม...

posted on 15 Jun 2009 13:22 by mi-im7

ถ้าหากบางช่วงของเดือนหรือบางช่วงของปี

เราเกิดดวงซวยจัดๆ ซวยมากๆ

ซวยซ้ำซวยซ้อน

จนทำให้เรา(ตัวผู้ซวย)

รู้สึก.....เคว้งคว้าง หมดกำลังใจ ท้อแท้ในโชคชะตา

เราก็จะเริ่มหาสิ่งที่ช่วยปลอบประโลมจิตใจของเรา

ให้มันดีขึ้นโดยมีทางเลือกปฏิบัติดังนี้

1.อ่านหนังสือธรรมะ (ที่บรรยายเรื่องกงกรรมกงเวียนอันจะช่วยให้เรารู้ว่า -

                              เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราเนี่ยมันเคยเกิดขึ้นกับคนมานักต่อนักแล้ว)

2.การทำบุญศุลทาน (จากความเชื่อในอดีตว่าผลบุญจะช่วยเสริมดวงของเราให้มันดีขึ้น)

3.การท่องเที่ยว (เพื่อการผ่อนคลายที่เต็มขั้น)

4.การร่ำสุรา (เพื่อการจมปลักอยู่กับความทุกข์ที่มีอย่างรื่นรมย์ที่สุด)

และสุดท้าย 5.การดูดวง (เพื่อเราจะได้รู้ว่าความซวยจะจบลงเมื่อไหร่และสิ่งดีๆจะมาตอนไหน)

 

ซึ่งมิ้ม(ผู้ซวยสำหรับปักษ์นี้)

ขอเลือก------ข้อ4 (ร่ำสุรา)เพื่อหาเหตุแห่งทุกข์ ซึ่งหาเท่าไหร่ก็ไม่พบเพราะอ้วกและหลับไปก่อน

ก็เลย.... เลือกข้อ 2 ต่อ (ทำบุญศุลทาน)........แต่ก็ยังคงซวยเรื่อยๆประปราย

 เลยหันมาพึ่งหมอดู(ข้อ5 ) เผื่อว่าจะหาสาเหตุของความซวยเจอ แล้วก็ดับมันซะ

 

ก็เลยชวนออม(เพื่อนเรา)ไปดูหมอด้วย

 

v

v

v

เรื่องมันเป็นงี้นะ

วันเสาร์ของหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา

เรากับเพื่อนไปดูดวงที่จตุจักร (ซึ่งมีคนล่ำลือว่าแม่นมาก)

โดยขั้นตอนการดูดวงกับหมอคนนี้คือ

1. ตั้งจิตตั้งใจ ห้ามวอกแวก

2. เขียนชื่อเสียงเรียงนามให้ชัดเจน

3. หยิบไพ่ประจำตัวมา 1 ใบ

4.ห้ามพูดชื่อไพ่ประจำตัวผิด(เด็ดขาด!!!)

เราให้เพื่อนดูก่อน

ก็ดูไปเรื่อยๆ(หมอดูบอกว่าดวงมันดีช่วงนี้เปลี่ยนงานได้ผ่านฉลุย)

จนถึงการดูเวรกรรมเก่าเก็บที่เคยสร้างมา

หมอดูบอกเพื่อนเราว่า "คุณหน่ะ!เคยไปทำร้ายสัตว์ไว้  เขาผูกจิตอาฆาตคุณอยู่"

เพื่อนเราก็นึกไม่ออกเลยถามหมอดูไปว่า "ชาตินี้หรือชาติไหนครับ"

หมอดู "ชาตินี้แหละ"

ออม"............." 

ออม(เพื่อนเรา)"....อืม..."

ออม "ตอนไหนเหรอครับ"

หมอดู "..... (--!)...."

ออม "............."

ออม"....ถ้างั้นมันตัวอะไรอ่ะครับ..."

หมอดู "....แมว...คุณเคยฆ่าแมว.."

ออม "............."

ออม"...(*o*)..."

หมอดู"ถ้าอยากแก้กรรมให้ทำบุญที่เกี่ยวกับแมว เช่นสงเคราะห์แมวพิการ แมวจรจัด ต้องทำทุกปีนะอย่าให้ขาด"

ออม"...(*o*)..."

ออม"...ครับ..."

 

และแล้วก็ถึงตาเรา

 

ทำตามขั้นตอนเสร็จปุ๊บ หมอดูก็ทักปั๊บ "นี่ไม่ใช่ชื่อที่แท้จริงของคุณ"

มิ้ม(เรา)"หา!!..."

หมอดู"ชื่อของคุณไม่ใช่ชื่อนี้"

มิ้ม"...(*o*)...."

     "ไม่เคยเปลี่ยนชื่อเลยนะหมอ.."

มิ้ม"ชื่อนี้มาตั้งแต่เกิดแล้ว"

หมอดู"...อืม..."

หมอดู"...ก่อนชื่อนี้คุณมีอีกชื่อนึง...."

         "ไปถามพ่อคุณดูแล้วกัน"

มิ้ม"(ในใจ)อ้าวหมอ!"

หมอดู"อยากรู้เรื่องอะไรหล่ะ"

มิ้ม"ดูเรื่องงานก่อนแล้วกัน"

หมอดู"พูดชื่อไพ่ประจำตัวมา"

มิ้ม   "The wheels"

หมอดู"อืม......."

        "ช่วงนี้มีปัญหากับผู้ใหญ่ในที่ทำงาน  ต้องวางเฉยเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป"

มิ้ม"แล้วการเงินหล่ะครับ"

หมอดู"พูดชื่อไพ่ประจำตัวมา"

มิ้ม   "The wheels"

หมอดู"อืม......."

        "มีแต่รายจ่าย รายรับนิดเดียว แต่.....เดี๋ยวมันก็จะผ่านไป"

มิ้ม"(คิดในใจ)..ใช่สิเด๋วก็สิ้นเดือนเงินก็ออกแล้วนิ่"

มิ้ม"......."

หมอดู"............"

มิ้ม"..........."

หมอดู"....แล้วไม่ดูเรื่องความรักเหรอ"

มิ้ม"เอ่อ...ยังไม่มีแฟนอ่ะครับ"

หมอดู"ก็ดูไว้ไง ว่าจะมีตอนไหน เป็นคนยังไง"

มิ้ม"........"

ออม" มึงก็อยากรู้ กูรู้นะไอ้สัด"

มิ้ม"(หันหน้าไปมองไอ้เชี่ยออมแบบมีความในว่า "สัดนี่!! ยุ่งเรื่องกูอี๊ก")"

หมอดู"...ว่าไง"

มิ้ม"เอ่อ..ครับ ครับ ก็ได้ครับ"

หมอดู"พูดชื่อไพ่ประจำตัวมา"

มิ้ม   "The....the wheels"

หมอดู"พูดผิด ...ดวงตก!!!!!"

มิ้ม"หา!!!"

หมอดู"พูด the 2 ครั้งผิด"

       "แค่นี้ก็รู้แล้วว่าดวงตก"

มิ้ม"....(--!)..."

หมอดู"ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่มีความรัก"

มิ้ม".......!!!!!........"

 

และแล้วการดูดวงก็ดำเนินไปจนถึงการดูเวรกรรมเก่าเก็บที่เราเคยสร้าง

หมอดู"...อืม!!...."

หมอดู"คุณเคยไปทำร้ายเด็กคนนึง"

มิ้ม"หา!!!!"

หมอดู"จริง! "(ทำไมต้องคอนเฟิร์มเนี่ย)

มิ้ม"ตอนไหนครับ"

หมอดู "ชาติที่แล้ว"

          "ตอนนั้นคุณไปทำร้ายเด็กโดยใช้ไม้ทุบเขา"

มิ้ม" (*o*)...หา!!.."

มิ้ม"ใช้ไม้ทุบ!!!"

มิ้ม"(ในใจ)เฮ้ย!!ทำไมชาติที่แล้วกูอำมหิตขนาดนั้นว่ะ"

หมอดู"แต่เขาไม่ได้ตายหรอกนะ.."

มิ้ม"...(*o*)...ฮี้ย!!"

หมอดู"เขายังผูกใจเจ็บกับคุณอยู่ ที่คุณไปทำร้ายเขาทั้งๆที่เขารักคุณ"

หมอดู"นี่แหละ!!!"

         "เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณคบใครไม่ได้นานและไม่มีใครคบ"

มิ้ม"..!!!..."

มิ้ม"จริงง่ะหมอ"

หมอดู"จริง!!(คอนเฟิร์มเพราะเขารักคุณ และอยากให้คุณรักเขาคนเดียว"

        "ชาตินี้เขาเลยตามคุณมาและไม่ให้ใครมารักคุณอีก"

มิ้ม".....!!!!..."

หมอดู"ตอนนี้เขาก็ยังตามคุณอยู่"

        "อยู่ใกล้ๆคุณนี่แหละ"

มิ้ม"..แล้ว...(--!)...ทำไงดีอ่ะครับ"

หมอดู"ไม่มีทางแก้ที่ตายตัวหรอก"

มิ้ม" (ในใจ)...ทำไมกรรมเวรกรูมันยากเย็นอย่างงี้ว่ะ"

มิ้ม"จริงๆเหรอหมอ"

หมอดู"(พยักหน้า)"

หมอดู"แต่ก็พอมีทาง"

มิ้ม"....ยังไงครับ"

หมอดู"คุณต้องทำบุญให้เขาตลอดเวลาโดยการเลิกกินสัตว์ใหญ่เช่น วัว ควาย หรือหมู"

         "แล้วทุกครั้งที่คุณไปทำบุญคุณก็อุทิศผลบุญให้เด็กคนนี้ด้วยห้ามลืม"

         "แล้วก็ขอโทษเขาที่คุณได้ไปทำร้ายเขาไว้ด้วย.....เขาอาจจะใจอ่อนยอมยกโทษให้คุณในที่สุดหน่ะนะ"

มิ้ม"(ในใจ) แค่อาจจะ...เหรอ"

มิ้ม"(ในใจ)ก็ได้ว่ะ"

มิ้ม "ครับผมจะทำตามนี้"

 

หลังจากนั้น....

ก็มานั่งคุยกับออม

มิ้ม"มึงว่าหมอดูคนนี้มั่วหรือจริงว่ะ"

ออม"คงมั่วๆจริงๆตามประสาหมอดูแหละ"

มิ้ม"แล้วเรื่องแมวของมึงง่ะจริงป่าววะ"

ออม"...."

มิ้ม"......"

ออม"....เออจริงว่ะ"

มิ้ม"อ้าว!!!งั้นก็แม่นดิวะ"

มิ้ม"ตอนไหนวะ"

    " มึงก็อำมหิตนะเนี่ย!!!ฆ่าแมวได้ลงคอ"

ออม"โอ้ย..กูไม่ได้ตั้งใจ เรื่องมันตั้งแต่กูเป็นเด็กแล้ว"

มิ้ม"แมร่ง!!!อำมหิตแต่เด็ก"

ออม"....เชี่ย!!"

มิ้ม"กูไม่รู้เลยนะเนี่ยว่ามึงเป็นพวกชอบฆ่าสัตว์"

ออม"......."

มิ้ม"..........."

ออม"....... กรูไม่ได้ตั้งใจโว้ยไอ้สัด"

มิ้ม"........"

มิ้ม"อ่ะเล่ามา"

ออม"ก็กรูเกลียดแมวมันชอบมาหยุ่มย่าม วันนั้นกูก็นอนแล้วมันก็คลานมาข้างหลังกู

      "กูก็กะทับมันเล่นๆเฉยๆ"

มิ้ม" (--!)ทับเล่นๆ"

ออม"กูว่ากูก็ทับมันเบาๆแล้วนะ แต่มันเสือกตาย"

มิ้ม"แล้วมึงทับมันนานแค่ไหน"

ออม"กูไม่รู้ว่ะ มารู้อีกทีก็เช้าแล้ว มันก็นิ่งๆอยู่ที่พื้นตรงหลังกู"

มิ้ม"แมร่งโคตรใจร้าย"

ออม"กูไม่ได้ตั้งใจ ทุกวันนี้กรูยังฝังใจอยู่เลยนะ"

มิ้ม"เออ...เอาเหอะถ้างั้นไปทำบุญตามที่หมอดูบอกแล้วกัน"

    "เห้อ!!แต่เวรกรรมของกรูนี่ดิ..."

   "ต้องทำให้เด็กคนนั้นใจอ่อนให้ได้ แถมเด็กยังตามกูอยู่เลยเนี่ย โอ้ย!!!!ทำไงดีว่ะ"

ออม"คงต้องทำบุญมากๆแหละแล้วก็เลิกกินเนื้อสัตว์ไปเลย"

มิ้ม"โอ้ย!! เรื่องนั้นไม่เท่าไหร่แต่เรื่องมีผีตามนี่ดิ"

   "....(หันซ้าย หันขวา)"

   "โอ้ย!! กูหลอนว่ะ"

   "................"

  "ถ้าเผื่อวันไหนเขาเกิดอยากโผล่ออกมา...กูไม่ช็อคตายเหรอ"

ออม"........"

    "มึงไปหาพระหาเจ้ามาใส่ไป เผื่อจะช่วยได้บ้าง"

มิ้ม"เออ...โอ้ย!!แมร่งกูไม่น่ามาดูหมอเล้ย"

    "ดูไปดูมามีแต่เรื่องซวยๆ แถมเวรกรรมแมร่งเยอะอีก"

    "โอ้ย!!!"

   "สัดออม!! ชวนกรูมาไม"

ออม"............"

      "อ้าวๆๆ!!!!"

     "อย่าพาล อย่าพาล"

    "กูรู้สึกว่ากูถูกลากเข้ามาในบ่วงกรรมนี้นะ"

มิ้ม" (สีหน้าหดหู่)"

ออม"(รู้สึกสมเพศระคนสงสารเพื่อนซวยๆคนนี้)"

ออม"เอาน่า..."

     "อย่างน้อยมึงก็ได้รู้ว่ามีคนรักมึงมาก ขนาดตามมึงไปทุกภพทุกชาติเลยนะเว้ย"

     "แมร่งโคตรโรแมนติก"

มิ้ม"...(สะแหยะยิ้มที่มุมปากให้ไอ้สัดออม)..."

ออม".. เหอๆๆๆ(ยิ้มแบบปลอบใจ)"

มิ้ม".....ก็ได้ว่ะ.."

ออม"พูดอย่างกะมึงเลือกได้เน๊าะ"

มิ้ม"...เออ กูคงต้องยอมรับเลี้ยงเด็กคนนี้.."

    "....(สีหน้าดีขึ้น).."

   "..(พูดกับเด็ก)ถ้าพี่รวยกว่านี้พี่จะสร้างบ้าน ซื้อของเล่น ซื้อขนมให้หนูนะ"

ออม"........."

มิ้ม"หนูมาเข้าฝันบอกพี่6ตัวนะ"

ออม"......."

ออม"สัด!!! มึงเป็นเอามาก เพ้อเจ้อแล้ว"

    "แต่ถ้าเด็กมันมาบอกมึงจริงๆ มึงบอกต่อกรูด้วยแล้วกันนะ"

มิ้ม"...(มองหน้าเชี่ยออม).."

ออม"(ยิ้มให้อย่างมีไมตรี)"

มิ้ม"...ครับ คุณเชี่ยออม"

 

ไม่รู้ว่าจริงไม่จริงนะ 

แต่ทุกวันนี้...........

ยังรู้สึกเสียววาบ หลอนๆอยู่เลย

 

 

 

   

 

 

 

 

 

 

กลิ่น....

posted on 28 May 2009 10:58 by mi-im7

โดยส่วนตัวเป็นคนจมูกไว

อะไรนิดอะไรหน่อยโชยมาก็ต้องถามต้องรู้แหล่งที่มา(ถ้าเป็นกลิ่นที่รัญจวนหน่ะนะ)

บาครั้งพอได้กลิ่นก็จะ............

"เฮ้ย!!ได้กลิ่นกันป่าว"

"แกว่ามันเป็นกลิ่นไร"

"เรา(กรู)ว่ามันต้องเป็นกลิ่นกระเพราหมูไข่เจียวชัวร์"

 

นี่ขนาดยังไม่เห็น.....จินตนาการก็บันเจิดอันเป็นเหตุให้ต้องไปสั่งด่วนๆในมื้อเที่ยง

 

บางทีพอได้กลิ่นก็จะ.......

 "เฮ้ย!! กลิ่นไรเนี่ย"

"(แมร่ง)โคตรเหม็น"

"โอ้ย!!!! เมื่อไรจะหายวะ"

 

นี่ขนาดยังไม่เห็น....ก็อารมณ์เสียได้ถึงขนาดนี้

 

บางหนพอได้กลิ่นก็จะ.........

"เฮ้ย!! กลิ่นไรว่ะแมร่งหอมอย่างฉุน"

"ใช้แทนน้ำเหรอเนี่ย!"

"โอ้ย!!!!!ไปไกลๆ(กรู)เห๊อะ"

หลังจากมันเดินไป...ก็กัดมันทันที

"เฮ้ย!! จะเพิ่มฟีโรโมนให้มีอนุภาพส่งไปไกลถึงประเทศเพื่อนบ้านรึไงวะ"

 

 นี่ขนาดเห็นๆอยู่.........แต่ก็ฉุนจัดได้(โดยไม่ได้รู้สึกผิดใดๆที่ว่ามันไป)

 

 แล้วจะเป็นยังไง??

ถ้าเป็นกลิ่นมันจากเราบ้างหล่ะ....

 

หากเป็นกลิ่นดีๆ...........

คนอื่นที่ได้กลิ่น "มิ้ม น้ำหอมที่แกใช้หอมดีว่ะ ฉันชอบ"

"เหรอ เหอๆ" เขิน อาย ม้วนต้วน

 

แต่บางทีคนเราก็ต้องผลิตกลิ่นไม่พึงประสงค์บ้าง.......

ดังสถานการณ์(ที่ไม่ต้องการเจอใครทั้งนั้น)

 

คนอื่นที่ได้กลิ่น "มิ้ม แกได้กลิ่นไรป่ะ"

มิ้ม "ไร ไหน ไม่เห็นมี"(เสียงสูง)

คนอื่นที่ได้กลิ่น "ดมดูดิ แมร่งเหม็น(สัด)"

มิ้ม "ไหน? สงสัยท่อน้ำตันมั้ง"

คนอื่นที่ได้กลิ่น"บ้า! อย่างเงี้ยเรียกลำไส้อุดตันแล้ว"

มิ้ม "เฮ้ย!! มึงจะจมูกไวไปไหน บ่นไปก็เหม็น เดินไปที่อื่นไป๊มึงง่ะ"(รีบๆไล่ไอ้ตัวทำให้สังคมแตกตื่นไป)

คนอื่นที่ได้กลิ่น "แมร่งก็มันเหม็นจริงๆ  จมูกมึงต้องเสื่อมชัวร์ กรูไปที่อื่นดีกว่ารอเวลาให้กลิ่นจางก่อนค่อยมาทำงานใหม่"

คนอื่นที่ได้กลิ่น(มันยังไม่ยอมหยุด) (ขณะที่มันก็ยังอุตส่าห์เดินไปเดินมาเช็คกลิ่น)"แมร่งใครตดว่ะ!!!"

"ไปเข้าส้วมด้วยคร้าบบบบบบ" "ชั้น2เลี้ยวซ้ายนะ หน้าห้องจะมีป้ายบอกว่า สุขา"

 

มิ้ม(เริ่มจะรู้สึกร้อนๆหนาวๆ)"มึงไม่ต้องหวังดียาวขนาดนั้น เชิญมึงไปจมูกดีไกลๆกรู  รำคาญโว้ย!! คนทำงานทำการ บ่นร่ำไรอยู่ได้"

คนอื่นที่ได้กลิ่น(ไม่ยอมหยุดจริงๆ)"มึงไปกับกรูเห๊อะ มึงจะทนกลิ่นทำไม เสียสุขภาพ"

มิ้ม"เหรอ...ขอบคุณนะที่เป็นห่วงรูจมูกกรู ไปเห๊อะคนอื่นเขาแตกตื่นแล้ว พล่ามซะ"(ชักวิตกว่าคนจะเริ่มพากันพิสูจน์หาแหล่งกำเนิดกลิ่น)

คนอื่นที่ได้กลิ่น(ไม่มีท่าทีว่าจะจบเรื่องนี้ง่ายๆ) "ไปสักมวน 2มวนป่ะ"

มิ้ม(สงสัยแมร่งจะไม่ยอมไป...เอาว่ะเพื่อตัดปัญหา) "แป๊ปเดียวนะเด๋วกรูต้องมารับลูกค้าอีก"

 

และขณะที่นำนิโคตินเข้าหลอดลม.......

 

คนอื่นที่ได้กลิ่น "มึงว่าคนตดมันจะยอมรับมั้ยว่ะ"

มิ้ม(รู้สึกร้อนวูบๆที่หน้า)" มึงปล่อยเขาไปเหอะ เขาคงยอมรับ(ในใจ)แล้วหล่ะมึงก็หวังดีกับเขาซะขนานนั้น"

คนอื่นที่ได้กลิ่น "มึงนี่แปลกนะ ทำไมมึงไม่ซ้ำเติมกับกรูวะ ปกติมึงไม่ปล่อยให้กลิ่นลอยนวลนะ"

มิ้ม(รู้สึกเหมือนกำลังจะถูกจับได้) "ก็........"

คนอื่นที่ได้กลิ่น(มองตาไม่กระพริบ)

มิ้ม "...............ก็กรูไม่ได้กลิ่น"

คนอื่นที่ได้กลิ่น(มองหน้าทำตาฉงนสงสัย)

มิ้ม ".....ก็..กรูเนี่ยเห็นมึงโวยวายซะมากมาย กรูก็ไม่อยากให้มันเสียงดังมากไปอีกเดี๋ยวมึงก็เจอหัวหน้าด่า"

     "เออ..."

     "แล้วถ้าหัวหน้าเป็นคนตดหล่ะ!!"

     "555 มึงเตรียมซวยไว้ 3 โหลเลยนะ"(ได้ทีใส่มันเยอะๆมันจะได้หุบปากนานๆ)

 

คนที่ได้กลิ่น(ทำหน้าเหมือนคิดได้หลังปากหมามา 15 นาที )"........เออว่ะ"

คนที่ได้กลิ่น "..........ลืมคิดว่ะ ...ด่าไว้เยอะเลยกรู"

คนที่ได้กลิ่น(เริ่มกลัวความผิด)".........เออ....แต่กรูว่าเขาคงไม่ทำอย่างงั้นหรอกมั้งเขาเป็นเจ้าคนนายคนนะ.."

มิ้ม(รู้สึกว่าพ้นผิดโดยสิ้นเชิง...) "เออ...เอาน่าพูดแล้วก็แล้วไปกลับไปทำงานเหอะว่ะ"

 มิ้ม(ในใจ)"55555555....กรูรอด"

 

 

 

ด้วยเหตุการณ์ในครั้งนี้สอนให้รู้ว่า

"กลิ่นบางกลิ่น...แค่รับรู้ก็พอนะ..และเอาใจเขามาใส่ใจเราด้วย"

 

 

 

 

                                                                                  

 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 28 May 2009 17:55:07 by มิ้มซัง(กบ)